คุณควรกลับไปดูเอกสารของคุณก่อนตั้งแต่ใบเกิดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังค่ะ.เปลี่ยนชื่อตั้งแต่ใบเกิด.. เกิดกระแสวิพากวิจารณ์มากมาย.. เพราะสมาชิก ก็ไปคุยกับเอเจ้นซี่ที่เขาจ้าง และเกิดประเด็นถกเถียงมากมายซึ่งวันนี้เลยเอกสารจริงๆ ของตัวเองมากางให้ดูกันเลยค่ะแม่ เพื่อเป็นอุธรหรณ์. ใครเชื่อก็ทำตามให้ความสำคัญกับรายละเอียด. ใครไม่เชื่อไม่สามารถบังคับได้เจ้าค่ะ.. แต่หนูอยากชวนคิดตาม และลองหันมาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ จะได้ไม่เจ็บตัวในอนาคตค่ะ..แม่ ๆ พ่อ ๆ. หากข้อมูลของหนูผิด ใครมีอ้างอิงดีกว่า..ก็สามารถนำมาถกเถียงกันได้.. เพราะเก็บข้อมูลในผ่านกระบวนการพูดคุย กับชาวอเมริกัน และทนายความที่เคยต้องจ่ายเงินค่าชี้แจงเหตุผล รวมพี่เขยซึ่งเป็นทนายความ Cornell University ในระดับปริญญาเอกและคู่หมั่น ซึ่งก็เป็นทนายความ จบจาก The George Washington University Law School’s ทำงานอยู่กระทรวงมหาไทยของรัฐบาลอเมริกา




รวมถึง ผู้ใหญ่ ๆ หลายคน ที่เคยร่วมพูดคุยถึงทักษะคติของอเมริกาต่อการ”เปลี่ยนชื่อ”.. เข้าเรื่องกันเลย. คนอเมริกาเขาไม่นิยมเปลี่ยนชื่อเหมือนคนไทยที่พอไปดูดวงมาเมื่อไหร่ และหมอดูทักเมื่อไหร่.?? ก็จะรู้สึกว่าฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว.. และการเปลี่ยนชื่อของเราก็ดูเหมือนกันเป็นเรื่องธรรมดา.. สำหรับหนูค่ะ.. สมัยก่อนข้อมูล DS-160 ครั้งแรกก็บอกเขาว่า ไม่เคยเปลี่ยนชื่อ จนบินมาอเมริก.. และกลับไปเปลี่ยนชื่อเมืองไทย เวลาบินมาทก็ใช้บันทึกอ้างอิงเอา (Endorsement) เอา.. แต่งานมันจะมาเข้าตอนที่ถ้าคุณเกิดอยากจะเปลี่ยนสถานะ เกิดจากจะทำธุรกรรมบางอย่างที่อเมริกา..
ซึ่งเต็กเช่นกันค่ะ.. เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วเกิดไม่อยากกลับไทย เปลี่ยนสถานะ.. ทางหน่วยงานเขาก็รู้สึกว่ามึนว่า “ทำไมหน้าพาสสปอนต์กับวีซ่าชื่อไม่ตรงกัน” ทีนี่เขาก็ขอเรียกดูใบเกิดค่ะ.. ปรากฏว่าในใบเกิดน่ะ มีชื่อเดิมตั้งแต่แรกคลอดว่า “ศิริเกียรติ” แล้วมีการเขียนฆ่า แล้วขียนใหม่เป็นคำว่า “ธเนศว์” ซึ่งหนูเองก็ไม่รู้ว่าเขานับว่าเราเปลี่ยนมาแล้วหนึ่งครั้ง. พอเรามาเปลี่ยนชื่อเป็น “สันต์ทศน์” หลังจากเราได้วีซ่า พอหน่วยงานที่ตรวจสอบ มันมองว่าเราเปลี่ยนชื่อมาแล้วสองครั้ง แต่เขารู้รรับรู้จาก การกรอกเอกสารระหว่างเปลี่ยนสถานะ ที่เราแจ้งกลับไปเปลี่ยนว่า เราเปลี่ยนแค่ 1 ครั้ง
ทางหน่วยงานเลยขอให้เราทำเอกสารชี้แจงทันที.. ซึ่งที่เอามาเล่าให้ฟังเนี้ย เพราะไม่อยากให้ใคร ๆ ต้องมาเสียเงินกับสถานการณ์แบบนี้อีก.. หนูต้องจ้างทนายความชี้แจงร่ายยาว แถมยังต้องจ่ายค่าทนายความที่นี่แปลใบเกิดซึ่ง ค่าใช้จ่ายที่นี่สูงมากๆน่ะค่ะ เสียเงินหลายหมื่นบาทเลยทีเดียวน่ะค่ะ.เสียอารมณ์ เสียเวลา เสียความรู้สึก แบบว่าอะไรกันหนักกันหนาว่ะ.. นี่ยังไม่ได้เล่าถึงดราม่าทำใบเขียวน่ะคะ.. ไว้จะค่อยเมาส์มอย.. เพราะมันเป็นอะไรสุดยอด..ดราม่าพริก 10 เม็ดค่ะแม่เอย. คนประเทศนี้ซีเรียสเรื่องการเปลี่ยนชื่อ เขามองว่าคนที่เปลี่ยนชื่อเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นพวกที่ต้องการจะสร้างตัวตนใหม่ และเจตนาที่จะปกปิดบางสิ่งบางอย่าง สำหรับคนอเมริกาเขาไม่ใช่นิยมเปลี่ยนชื่อแบบคนไทยค่ะ..บอกเลย. ถึงแม้ว่าเราจะอธิบายถึงความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและความเชื่อก็ตาม.. มันก็ไม่สนใจเราหรอกค่ะ.. เพราะถ้าเราอยากมา หรือเราอยากอยู่ประเทศมันก็ต้องชี้แจง ถ้าชี้แจงไม่ได้. มันก็ให้เรากลับเมืองไทย. ตรงนี้สำคัญมากหากเราเปลี่ยนชื่อก็ต้องเตรียมเอกสาร และถึงแนะนำให้ทุกท่านไปดูตั้งแต่ใบเกิดเลยทีเดียว จะไม่ได้มีปัญหาภายหลังค่ะ.. ไขข้อสงสัยสำหรับคนที่ถามมาว่าทำไมต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่ใบเกิดค่ะ.. ตุ๊ดเยอะไปไหม ??? อะไรอย่างไร?? เราเตือนเพื่อให้คุณรอบคอบ และหันมาลองดูตนเอง อย่ารีบ. ส่วนเอเจ้นซ์ บางคนเขาไม่ขี้เกียจกรอก.. เต็กบังคับเขาไม่ได้หรอกค่ะ… คุณเลือกใช้บริการเขา เขาก็ควรที่จะรักษาผลประโยชน์ให้คุณ และคุณก็ควรที่จะรักษาผลประโยชน์ตนเองด้วย
******ปล. ใบเกิดเป็นของจริง ของหนูเอง และเอกสารชี้แจ้งก็เป็นของจริง ใบเกิดก็ของจริง แปลจริงแชร์จากประสบการณ์ตรงค่ะ ..เชื่อเราก็ช้าตอนแรก. แต่อนาคต สบาย.. ประหยัด ไม่เสียเวลา ทุกอย่างคุณเลือกเองค่ะ